วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

4| | |กลับตัว กลับใจ ไม่มีคำว่า " สาย "| | |3




      การกลับตัว กลับใจ ไม่มีคำว่าสายนะครับ ในบางครั้งอาจจะหลงผิดไปบ้าง หลงผิดเป็นยังไง ? อธิบายง่ายๆก็ ถ้าเป็นวัยรุ่น ก็เกเร ไม่ตั้งใจเรียน หนีเรียน เป็นอันธพาล หนีเที่ยว ติดยาเสพติด ผลาญเงินพ่อแม่ เป็นต้น

      ถ้าเป็นวัยผู้ใหญ่ ก็คือ คบประพฤติผิดลูกเมียผู้อื่น การโกงกิน ทุจริต ฆ่าสัตว์เป็นอาจิณ หลอกลวง ประกอบอาชีพที่ผิดกฏหมาย หรืออะไรก็ตามแต่ ที่ให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

      ทุกๆคนมักจะรู้ตัวอยู่แล้วว่า ตัวเองเคยทำผิด หลงผิด แต่บางคนกลับตัวกลับใจได้ ก็ดีไป บางคนกลับตัวกลับใจไม่ได้ ก็มักจะคิดว่า ไหนๆฉันก็ชั่วแล้ว ฉันก็ชั่วให้มันถึงที่สุดไปเลย ตกนรกก็ตกว่ะ ! ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด และความคิดนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นที่กำลังเป็นวัยคะนอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ทั้งในด้านดีและไม่ดี วัยรุ่นบางคนหลงผิดจนเกิดความประมาท และตายก่อนวัยอันควร ก็จะไม่มีโอกาสได้กลับตัวอีกเลย มีแต่ต้องไปชดใช้กรรมในนรก

      ถ้ายังไม่เห็นนรกด้วยตาตนเอง ก็อย่าคิดว่ามันไม่มีอะไร อย่าคิดท้าทาย อย่าคิดลิ้มลองที่จะไป เพราะมันไม่เป็นอย่างที่ท่านคิด ไม่ใช่จะขึ้นมาได้ง่ายๆ มันมีแต่ความทุกข์ เจ็บปวด สาหัสสุดจะบรรยาย เหนือยิ่งกว่าที่ท่านจะจินตนาการ

      ไม่ใช่ว่าพอตายไป เขาจะให้คุณลงไปดูนรกก่อน พอให้คุณเห็นว่ามันน่ากลัว ก็ให้คุณกลับใจตอนนั้น แล้วส่งไปสวรรค์แทน (ไม่ใช่เลยครับ) ตกแล้วก็ตกเลย กว่าจะได้เกิด (จะเกิดเป็นอะไรก็ยังไม่รู้) ก็ต้องอาศัยอยู่ในนั้นอีกไม่รู้กี่แสนกี่ล้านปี (เวลาโลกมนุษย์ ไม่เท่ากับนรกและสวรรค์นะ)



     แล้วเรากลับตัวกลับใจได้เหรอ ทำชั่วมาก็เยอะ ?  " กลับได้สิครับ "  รู้จัก องคุลีมาล กันไหม ? แม้ฆ่าคนมา 999 ศพ แต่สุดท้ายเจอพระพุทธเจ้าแล้วเกิดกลับใจ ออกบวช ศึกษาพระธรรมจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

     แล้วทำไม องคุลีมาล ถึงไม่ตกนรกล่ะ ? ก็ฆ่าคนมาตั้งเยอะ  เพราะว่า ถ้าสำเร็จธรรมตั้งแต่ชั้นโสดาบันขึ้นไปจนถึงอรหันต์ ก็จะหลุดพ้นจากนรกครับ อันนี้เรื่องจริง...

     ปัจจุบันก็มีการปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะให้พ้้นบ่วงนรกนี้ ให้ได้ผลเร็วที่สุด คือการ ภาวนา โดยใช้สติปํฏฐาน4เป็นแนวทาง (ดั่งที่กระผมได้อธิบายวิธีการปฏิบัติไว้ในหัวข้อย่อยครับ)

     อธิบายให้ชัดเจนก็คือ จริงๆกรรมน่ะวิ่งตามเราอยู่ตลอด แต่การหมั่นสั่งสมบุญ และปฏิบัติธรรมนั้น เป็นการหนีกรรมให้ตามไม่ทัน( ประมาณว่า ถึงจะวิ่งตามเรา ก็ไล่เราไม่ทันซะที ) โดยการสั่งสม บุญ บารมี และภาวนา และหมั่นแผ่ส่วนบุญกุศลที่ตนเองปฏิบัติให้เจ้ากรรมนายเวร จนพอใจ จนในที่สุดกรรมนั้นกลายเป็นอโหสิไป  

     แต่ถึงอย่างไร องคุลีมาลก็ยังได้รับเศษกรรมนั้นบ้าง เช่น พระองคุลีมาลมักจะโดนลูกหลงจากชาวบ้านที่ขว้าง ไม้ หรือ ก้อนหินเวลาไล่สุนัขหรือไก่ แล้วมาถูกตนเองจนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตกอยู่บ่อยๆ (กรรมที่ทำมา ด้วยผลแห่งการบรรลุธรรม สุดท้ายก็กลายเป็นเศษกรรม ซึ่งก็อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ร้ายแรง)


    เห็นไหมล่ะครับ ? คนเรากลับตัวกลับใจได้เสมอ ขึ้นอยู่กับการกระทำต่อจากนี้ไป ว่าจะพาตัวเองไปไหนต่อ ถ้าเกิดตายแล้ว นรก หรือ สวรรค์  ใครที่ทำชั่วอยู่ ก็ให้ละทิ้งซะ ลืมมันไป ตั้งต้นใหม่ เร่งสะสมบุญ บารมีใหม่ แผ่ส่วนบุญกุศล ให้เจ้ากรรมนายเวร คิดถึงแต่สิ่งดีๆ กรรมก็จะวิ่งตามไม่ทัน กรรมเล็กกรรมน้อยหรือกรรมใหญ่ๆก็จะผ่อนจากหนักให้เบาลงได้ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของเราครับ


     ยกเว้นอนันตริยกรรม กรรมจากการ ฆ่าพ่อแม่ ทำร้ายพระอรหันต์ ทำให้สงฆ์แตกแยก เป็นกรรมหนัก ไม่สามารถบรรลุธรรมชั้นสูง และหลีกหนีบ่วงกรรมนี้ได้ ต้องลงอเวจีก่อนสถานเดียว ส่วนความดีที่เคยทำมาจะส่งผลก็ต่อเมื่อชดใช้กรรมในนรกหมดแล้ว.


By Kunawut

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ธรรมมะวัยรุ่น ธรรมมะของคนยุคใหม่


=> UPDATE ทุกวัน <=

กับสาระะธรรมมะ แนวทางปฏิบัติ และข้อคิดดีๆเกี่ยวกับเรื่องราวของกรรม

ที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ ตามConcept ธรรมมะวัยรุ่น

และร่วมพูดคุย โพสต์ปรึกษาปัญหาที่หลายๆคนอยากรู้

บนกระทู้ได้ ที่นี่ครับ Blog Thammawairun


" ธรรมมะวัยรุ่น ธรรมมะของคนยุคใหม่ "

( By kunawut )

 

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Welcome to Thammawairun

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog "ธรรมะวัยรุ่น" 
 * Welcome to  *

++ธรรมมะสำหรับคนยุคใหม่++





  ปัจจุบัน โลก สังคม ได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย
เหลือเกิน ทั้งในการดำเนินชีวิต และเรื่องที่เราจะต้องทำต่างๆอีกมากมาย มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ที่เราอาจไม่ทันได้คิด ไตร่ตรอง หรือเรื่องบางเรื่องก็อาจถูกมองข้ามไปตามยุคสมัย

    แต่ถึงกระนั้น "กรรม" มิได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ก็ยังพร้อมเสมอ ที่จะส่งผลให้กับตัวเรา ทั้งดี และ ไม่ดี มากมายหลายรูปแบบเช่นเดียวกัน

     กรรมนั้น คือการกระทำ ใครทำอะไรไว้ก็ย่อมได้ผลกรรมนั้น ทำกรรมดี ย่อมได้ดี ทำกรรมชั่ว
ย่อมได้ชั่ว

  ถ้าเกิดเราทำกรรมชั่ว ก็ไม่สามารถที่จะลบล้างหรือกลับไปแก้ไขได้อีก (แต่) เราสามารถผ่อนกรรมหนักให้เป็นเบาได้ โดยการหมั่นทำแต่ความดี ทำบุญ สร้างกุศล รู้จักสำนึกผิดในกรรมที่เคยทำไป ไม่สร้างกรรมอีก กรรมก็จะส่งผลจากหนักเป็นเบาลง จนกลายเป็นการอโหสิกรรม (รายละเอียดกล่าวในหัวข้อ)

    นอดีต การดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้น เรียบง่าย ไม่มีอะไรมากนัก หาอาหาร-น้ำ กิน นอน สร้างที่อยู่อาศัย หาเครื่องนุ่งห่ม กรรมก็เลยส่งผลอย่างตรงไปตรงมา ชัดเจน สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้

      แต่ในปัจจุบัน ในยุคที่โลกอันวุ่นวายนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้น ไม่ได้เรียบง่ายดั่งเช่นแต่ก่อน มีอะไรที่เรา ต้องพบ ต้องเจอ ต้องทำ หลายสิ่งหลายอย่าง แตกต่างกันออกไปตามแต่ละวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งหลายครั้งที่เราอาจไม่ทันที่จะรู้ตัวได้เลย ว่าได้ทำกรรมอะไรไว้ และไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หากเราขาดการไตร่ตรอง ประมาท หรือความคิดชั่ววูบ ทำผิด หลงผิด ก็จะมีโอกาสติดเป็นกรรมชั่วได้ง่ายมากๆ


      ดังนั้น การที่เราจะทำอะไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน(ที่วุ่นวาย)นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้สติ รอบคอบ คิดก่อนทำเสมอ และไม่ควรประมาท



       มาศึกษาพูดคุย ปรึกษาปัญหา ร่วมแสดงความคิดเห็นวิธีแก้ไขกรรม หลายๆรูปแบบ ที่บางทีเราอาจจะนึกไม่ถึง หรือในอีกหลายๆแง่มุม ซึ่งส่งผลกับเราในปัจจุบันกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว โรคภัยไข้เจ็บ ความรัก อกหัก ตกงาน มีเพื่อนเยอะ ไม่มีใครคบ สมหวัง ไม่สมหวัง ไม่ประสบความสำเร็จ มีหน้าที่การงานก้าวหน้า หรืออื่นๆ ฯลฯ ( ตามแบบฉบับ ธรรมะวัยรุ่นครับ ) ^^ "





 
________________________________________________________________________________






วัยรุ่นหรือหลายๆคนมักจะมองเพื่อนๆ ที่ธรรมะธรรมโมว่า
"นายนี่เชย"  "นายนี่งมงาย"  "นายนี่เฉิ่ม"  !

ให้ตอบไปเลยว่า...
"เราไม่ได้เชย"  "เราไม่ได้งมงาย"  "เราไม่ได้เฉิ่ม" !

" เพียงแต่...เราหยุดแล้ว   แต่นายน่ะ....ยังไม่หยุด "







Thamma wairun
By. Kunawut